บทความสาระน่ารู้

วัดพระแก้ว

เปิดอ่าน 4959 ครั้ง

                                                        พิพิธภัณฑ์โฮงหลวงแสงแก้ว

                                                                                                                วัดพระแก้ว เชียงราย

 

วัดพระแก้ว เชียงราย

 

เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่ที่ถนนไตรรัตน์

 ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย

 ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวง เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๒๑

 

วัดพระแก้วมีเนื้อที่ ๖ ไร่ ๒ งาน ๙/๑๐ ตารางวา เดิมชื่อวัดป่าเยี้ยะ หรือป่าญะ เนื่องจากภายในบริเวณวัดมีไม้เยี้ยะซึ่งเป็นไม้ไผ่พันธ์พื้นเมืองชนิดหนึ่งคล้ายไม้ไผ่สีสุก ไม่มีหนาม ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก (ชาวบ้านนิยมนำไม้ชนิดนี้ไปทำหน้าไม้หรือขาธนู) จนกระทั่ง พ.ศ. ๑๙๗๗ ฟ้าผ่าองค์พระเจดีย์ พบพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทองอยู่ภายใน จึงนำมาประดิษฐานไว้ในวิหาร ต่อมาปูนบางแห่งหลุดกะเทาะออก แลเห็นเนื้อแก้วสีเขียวภายใน จึงกะเทาะปูนออกทั้งองค์ พบพระพุทธรูปทำด้วยแก้วมรกต มีพุทธลักษณะงดงามมาก จึงทำให้วัดป่าเยี้ยะได้รับการขนานนามว่า “วัดพระแก้ว”ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หลังจากนั้นได้อัญเชิญพระแก้วมรกตไปประดิษฐาน ณ เมืองต่างๆ คือ ลำปาง เชียงใหม่ หลวงพระบาง เวียงจันทน์ กรุงธนบุรี และกรุงเทพมหานคร ตามลำดับ

 

วัดพระแก้วสร้างขึ้นแต่สมัยใด ไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัด เมื่อพระแก้วมรกตถูกนำไปจากเชียงราย และได้ไปประดิษฐานยังที่ต่างๆหลายแห่งนั้น เรื่องราวของวัดได้เงียบหายไปอีก อาจเป็นเพราะเป็นวัดเล็กๆ มีสิ่งสำคัญภายในวัดคือ วิหารและเจดีย์ ส่วนพระอุโบสถเพิ่งสร้างขึ้นภายหลัง  อย่างไรก็ตามวัดพระแก้วแห่งนี้ก็ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ตามสมควรและคงสภาพเป็นวัดเรื่อยมา มีหลักฐานเกี่ยวกับวัดพระแก้ว ระบุพุทธศักราช ๒๔๖๙ เป็นเอกสารจดหมายเหตุ ภายหลังพิมพ์เผยแพร่ในนิตยสารโยนก ฉบับวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๘  กล่าวถึงวัดพระแก้วเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรในเขตมณฑลพายัพ และพระราชทานพระแสงราชศัตรา ประจำจังหวัดเชียงราย ความว่า

วันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๙ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องเต็มยศราชการสนามประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทรงสอดสายสะพายมหาจักรีบรมราชวงศ์  พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชินี เสด็จออกยังพลับพลาหน้าศาลากลาง ในงานพิธีพระราชทานพระแสงราชศัตรา...........ทรงมีพระราชดำรัสตอบดังนี้“...อันเมืองเชียงรายนี้ถึงแม้อยู่ห่างไกล ชื่อเสียงย่อมปรากฏอยู่แก่ใจสาธุชนชาวสยามโดยมาก เพราะเหตุได้พบพระมหามณีรัตนปฏิมากรแก้วมรกต ซึ่งเป็นมิ่งขวัญของกรุงรัตนโกสินทร์ ณ เมืองเชียงรายแต่เดิมมา....”

นอกจากนี้ยังมีข้อความบรรยายถึงสภาพวัดพระแก้วในขณะนั้นไว้ด้วย ความว่า

“เวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินี ทรงรถยนต์ไปประพาส วัดพระสิงห์ วัดพระแก้ว วัดงำเมือง .... วัดพระแก้วนั้นเป็นวัดเล็ก มีโบสถ์และเจดีย์อยู่เบื้องหลังโบสถ์ กับกุฏิเครื่องไม้สำหรับพระสงฆ์อยู่หย่อมเดียวเท่านั้น...”

 

กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนวัดพระแก้วเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๘ ในช่วงปี พ.ศ. ๒๔๙๓ –พ.ศ. ๒๕๒๙ พระพุทธิวงศ์วิวัฒน์ เจ้าอาวาสในขณะนั้นได้บูรณปฏิสังขรณ์ ปรับปรุงเพิ่มเติมเสนาสนะต่างๆ จนได้รับการยกย่องให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างจากกรมศาสนา ในปี พ.ศ. ๒๕๑๐ และวัดพัฒนาตัวอย่างที่มีผลงานดีเด่น ในปี พ.ศ. ๒๕๑๔ และต่อมาในสมัยพระธรรมราชานุวัตร เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ก็ได้บูรณปฏิสังขรณ์ และสร้างเสนาสนะต่างๆภายในวัดต่อจากเจ้าอาวาสรูปก่อน จนถึงปัจจุบัน

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับวัดในเชียงราย

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

ชาดกเรื่องกาเผือก พระพุทธเจ้า 5 พระองค์

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

กลองมโหระทึก

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

ตักบาตรเทโว

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

ตาลปัตร

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

ตำนานพระแก้วมรกต

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

ทศชาติชาดก

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

ประวัติศาสตร์จังหวัดเชียงราย

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

ปี๋เปิ้ง

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

เป็งปุ๊ด

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระเจดีย์

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระเจ้าทันใจ

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระธรรมราชานุวัตร

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระบรมสารีริกธาตุ

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระประธาน

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระประวัติพญามังราย

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระพุทธรูปประจำวันเกิด

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระพุทธิวงศ์วิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดพระแก้ว

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระหยกเชียงราย

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระอุโบสถ

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

วัดพระแก้ว

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

หอพระหยก

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

โฮงหลวงแสงแก้ว

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553